ในวันที่เหนื่อยล้า ฉันกางแขนกว้างเพื่อโอบกอดขอกำลังใจจากใครคนหนึ่ง ฉันกอดเขาเอาไว้อย่างนั้น แน่น นิ่ง เนิ่นนาน พร้อมกับโน้มกายเพื่อสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดด้วยจมูกที่แก้มซ้าย ขวา หน้าผาก จมูก โดยไม่ลืมที่จะจูบเบาเบาที่เรียวปากระเรื่อนั้นของเขาอีกเล่า รสชาติมันหวาน หอม จวนจนหัวใจแทบหยุดเต้นในเสี้ยววินาที ที่ค้นพบว่าเรากำลังเป็นหนึ่งเดียว
อานุภาพของความรัก หยุดฉันเอาไว้หลายชั่วขณะจิต หลายวันผ่านพ้นฉันค้บพบตัวเองหัวเราะ อมยิ้ม ร่าเริง อย่างมีที่มาที่ไป สมเหตุสมผลที่ควรจะเป็น ฉันกำลังมีความรัก ชายหนุ่มผู้ซึ่งพิชิตหัวใจของฉันไว้อย่างหมดใจ ยืนอยู่ข้างๆ ไม่ห่างกายไปไหน ทุกวันมีแค่ "เรา" ลำพัง เพียงเธอและฉัน ที่ช่วยกันแต่งแต้มแม่สีให้หัวใจ เขาบอกฉันในวันหนึ่งว่า "ศิลปะของความรัก เราต้องผสมเฉพาะแม่สี เพื่อให้มันผสมกันออกมาได้หลากหลาย" ฉะนั้นถ้าฉันบอกว่าหัวใจฉันกำลังเป็นสีรุ้ง มันจะดูหวานเกินไปไหม
ฉันเรียนรู้ที่จะทำความเข้าใจกับความรู้สึกของตัวเอง ปลดปล่อยให้มันโลดแล่นอย่างที่ใจอยากจะทำ ไม่ฝืน ไม่ต่อกรห้ามปรามกับความผิดถูก จังหวะหัวใจกำลังเต้นไหลไปตามความรู้สึก ผลลัพธ์ที่ได้มันช่างคุ้มแสนคุ้ม ชายหนุ่มอันเป็นที่รักที่ฉันเฝ้ารอ เขาไม่เพียงแค่ยืนอยู่ข้างๆ แต่เขาพร้อมที่จะเดินไปข้างหน้าพร้อมกัน
ในวันที่สุขเราสุขด้วยกัน ในวันที่ทุกข์เราทุกข์ด้วยกัน นี่มันเป็นแค่บทเรียนพื้นฐานเริ่มต้นของความรัก ที่เราจักต้องเรียนรู้ และทำความเข้าใจกับมันไม่มีวันจบ ฉันเชื่ออย่างหนึ่งในหัวใจว่า ตราบใดที่เราทำทุกอย่างตามความรู้สึก ตราบนั้นเราจะไม่มีคำว่าเสียใจ เพราะเราได้ทำในสิ่งที่หัวใจอยากทำนั่นเอง