
1
เป็นอีกครั้งที่ฉันไม่สามารถเอาชนะแสงสีส้มริมทะเลได้เลย ฉันนั่งอยู่ที่เดิมทุกเมื่อเชื่อวัน บทเพลง "เธอเห็นท้องฟ้านั่นไหม" ดังอยู่ในโสตประสาทซ้ำไปซ้ำมา
เธอเห็นท้องฟ้านั่นไหม เห็นเงาของเมฆหรือเปล่า
ทะเลสีครามที่ทอดยาว เห็นความรักฉันบ้างไหม?
เห็นความรักฉันบ้างไหม? นั่นสิ! เธอมองเห็นสิ่งที่ฉันได้มอบให้เธอบ้างหรือเปล่า หรือว่ามันบางเบาจนเธอสัมผัสมันไม่ได้เลย
2
คำขอโทษเดินทางมาตามสาย เธอรวบรวมความกล้าทั้งหมดทั้งมวล ที่พึงมี ทำสิ่งที่พึงกระทำ ขอบคุณหนังสือ morrie in his own wordsของ Morrie Schwartz ที่ฉันเพิ่งอ่านจบไป มีบางตอนกล่าวเอาไว้ว่า
"เรียนรู้ที่จะให้อภัยตัวเองและคนอื่น ขอให้คนอื่นให้อภัยคุณ การให้อภัยจะลดความขมขื่น ความรู้สึกผิด และความกระด้างในจิตใจของเขาและคุณลง"
- ฉันได้กล่าวให้อภัยเธอไปแล้ว และความเสียใจมันค่อยๆ จางไปลดความขมขื่นได้มากจริงๆ
"อย่าสั่งให้คนอื่นทำสิ่งที่เขาไม่พร้อมหรือไม่เต็มใจทำ เพราะนั่นหมายถึง คุณกำลังขับไล่ไสส่งเขาไปจากคุณ จงยอมรับการปฏิเสธเหล่านั้นอย่างรู้คุณค่า"
- ฉันไม่ได้ขับไล่ไสส่งเธอใช่ไหม? แต่เป็นเธอเองที่อยากไปไกลจากฉัน เธอเลือกเขา การปฏิเสธฉันอย่างไร้เยื่อใยของเธอมันมีคุณค่าสำหรับฉัน อย่างน้อยฉันจะได้มองเห็นคุณค่าในตัวเองมากขึ้น
"จงโศกเศร้าและเสียใจให้ตัวเอง มิใช่เพียงครั้งหรือสองครั้ง แต่จงกระทำซ้ำแล้วซ้ำอีก เพราะความเศร้าจะทำให้เราสงบ สบาย และปลอบประโลมใจเราได้เป็นอย่างดี"
- ฉันซ้ำจนหัวใจไม่หลงเหลือความอ่อนโยนอีกต่อไปแล้ว สายตาอันแห้งแล้งไปด้วยความรู้สึกดีดีที่เคยมีมาของเธอในวันนั้น กรีดลึกเข้าไปกลางหัวใจฉัน มันตามหลอกหลอนฉันไปทุกเมื่อเชื่อวัน
3
ฉันออกไปตะโกนใส่ฟ้า ใส่ทะเลให้ตัวเอง จนสาแก่ใจ ทะเลเยียวยาฉันด้วยแสงสีส้ม ทุกเย็นมันจะพาดผ่านเส้นขอบฟ้า โทนสีที่ทวีความเข้มขึ้นไปทุกขณะ ราวกับมันกำลังโบยตีฉันให้เจ็บซ้ำชินชา จนกระทั่งวันสุดท้ายของฉันกับทะเล ฉันหัวเราะเยาะให้กับความรู้สึกของตัวเอง
"โธ่เอ้ย! นี่แหละมันคือธรรมชาติ เราห้ามสีสันที่มันโศกส้มไม่ได้นี่นา ฉะนั้นเราจะไปห้ามความรู้สึกของใครได้ แม้กระทั่งตัวเราเอง"
ฉันห้ามความรู้สึกของเธอไม่ได้ และฉันก็ห้ามความรู้สึกของตัวเองไม่ได้เช่นกัน แม้ว่าฉันจะลบเลือนหายไปจากหัวใจเธอ แต่เธอไม่ได้ถูกกลืนหายไปจากใจฉัน นี่แหละคือคำตอบของแสงสีส้มที่โบยตีหัวใจฉันทุกวันวี่ ความรู้สึกมันเป็นเรื่องของธรรมชาติ ที่ห้ามกันไม่ได้ดั่งแสงสีส้มบนท้องฟ้านั่นเอง
4
บนรถเปิดประทุนที่น้อยและเคนจิ วิ่งลัดเลาะริมทะเล ต้นไม้วูบไหวตามจังหวะเคลื่อนของรถ ฉากหนึ่งในเรื่อง Last Life in the Universe
"Are you sad?" เคนจิถาม
"Everybody sad sometimes" น้อยตอบ
คีย์เวิร์ดที่หนังเรื่องนี้ต้องการสื่อคือ การมีใครสักคนเคียงข้างนั้นช่างมีความหมายจริงๆ บางทีอาจจะเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ของชีวิตเลยด้วยซ้ำ
- จากตอนหนึ่งในหนังสือ "เศษทรายในกระเป๋า" ของวรพจน์ พันธ์พงษ์
5
"เป็นไปได้ไหมว่าที่ผ่านมา เราไม่เคยหาที่อยู่ให้หัวใจ" เธอจะค้นพบหรือยังว่า ข้อความที่ฉันเขียนบนหนังสือ "ที่อยู่ของหัวใจ"ที่ฉันมอบให้เธอ มันคือประโยคสุดท้ายของหนังสือเล่มนี้

คนดี เธอเห็นความรักของผู้หญิงคนหนึ่งที่ร่ำไห้อยากให้เธอกลับมาบ้างไหม?