
"ความรักเปรียบเหมือนน้ำแข็งก้นแก้ว ก้อนเล็กที่อยากได้ ดันอยู่ในซอกหลืบของน้ำแข็งก้อนใหญ่ กว่าจะเอาหลอดตวัดขึ้นมาได้ มันก็แทรกตัวหล่นไปตามซอกหลืบไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ต้องใช้ความพยายามซึ่งไม่ต่างกับความรัก"
ฉันจำประโยคทั้งหมดได้ไม่แน่ชัด มันเป็นข้อความตอนหนึ่งของพอคเก็ตบุ๊คชื่อ "ฝันเอียงๆ" ของศุ บุญเลี้ยงที่เคยอ่านมาเมื่อเกือบ 12 ปีที่แล้ว ข้อความมันเรือนรางในความทรงจำ แต่ทว่าฉันจำความหมายทั้งหมดของมันได้ดี
ฉันคิดถึงข้อความนี้ตอนที่กำลังควานหาน้ำแข็งก้อนเล็กๆ จากแก้วชาเย็นเข้าปาก โดยมีเธอนั่งอยู่ฝั่งตรงกันข้าม
"การพบกันที่น่ารัก" สมองสั่งการให้นึกถึงข้อความนี้ขณะที่หัวใจกำลังสั่งให้นิ้วมือไล่ไปตามแป้นคีย์บอร์ดในชั่วโมงปัจจุบัน มันเป็นคำพูดตอนหนึ่งในเรื่อง The Holiday เรื่องบังเอิญที่เกิดขึ้นอย่างมหัศจรรย์
จะเรียกว่านัดก็ไม่ใช่ จะเรียกว่าเดทก็ไม่เชิง เพราะเราพบเจอกันโดยบังเอิญปราศจากการนัดหมาย สถานที่เป็นตัวดึงดูดให้เราเข้าใกล้กันในสนามแม่เหล็กของความรู้สึก
10 ชั่วโมงพอดีสำหรับวันนี้ที่เราอยู่ด้วยกัน มันทำให้ฉันได้รู้ว่า
- เราสองคนชอบสะสมกางเกงยีนส์เก่าและรองเท้าเหมือนกัน
- เราฟังเพลงแบบเดียวกัน
- เราเป็นนักอ่านตัวยงเหมือนกัน
- เราชื่นชมผลงานของกันและกัน เธอชื่นชมผลงานเขียนของฉันเช่นเดียวกับที่ฉันชื่นชมภาพถ่ายฝีมือเธอ
รู้สึกดีไม่น้อยที่จักรวาลอันกว้างใหญ่ มีแรงดึงดูดทำให้เราเข้าใกล้กันมากกว่าในโลกไซเบอร์ โลกความเป็นจริงที่สัมผัสได้เพราะเธออยู่ใกล้ฉันเพียงเอื้อมมือกว่าจะรู้สึกตัวปลายนิ้วของฉันก็กำลังแตะอยู่ที่มือนุ่มๆ ของเธอเสียแล้ว มันมากกว่าแป้นคีย์บอร์ดจริงจริง เธอเอามือนุ่มๆ มากุมเอาไว้ที่ศีรษะกลมๆ ของฉัน เขย่าไปมา รู้อะไรไหม? เวลานั้นหัวใจของฉันมันเหมือนถูกเขย่าไปด้วย
"เบื่อไหม?" เธอถามฉันเป็นรอบที่หนึ่งร้อยของวัน จะให้เบื่อได้อย่างไร ในเมื่อความสุขกำลังทะลักอยู่ตรงหน้า ฉันควรตักตวงมันเอาไว้ไม่ใช่หรือ?
"มีความสุขแค่ไหน?" เธอควรจะถามฉันแบบนี้มากกว่า แล้วฉันจะได้บอกเธอว่า
"มันมากที่สุดในโลกเลยละต้น"
ขอบคุณสำหรับวันดีดีที่ร้าน reflexion ที่สะท้อนกลับความรู้สึกให้เป็นสีชมพู เหมือนชื่อร้านและการตกแต่ง มันยอดเยี่ยมไปเลย !
หยิบสีมาใช้ได้อย่างชื่นใจจริงๆยาย