วันนี้เป็นวันแรกในรอบเดือนที่ได้กลับมานั่งโต๊ะทำงานตัวเอง
หลังจากที่ตะเวนหิ้วโน๊ตบุ๊คน้ำหนัก 2 กิโลกรัม ไปตามซอกหลืบต่างๆ ของออฟฟิส
นั่งมันไปทั่วเลยค่ะ ทุกฝ่ายทุกแผนก ทำเนียนๆ กันไป ก็แหมอยู่ออฟฟิสอบอุ่นกว่าอยู่บ้านอีก
กำลังชั่งใจอยู่ว่าจะเก็บโต๊ะทำงานให้เป็นระเบียบดีหรือไม่
แต่วาดสายตาไปทางซ้ายมือ โต๊ะเลขากองที่มีแฟ้มกองพะเนิน ยังพอทำเนียนต่อได้อีกสักระยะ
อยากรู้ไหมค่ะว่า โต๊ะทำงานนักเขียนมีอะไรบ้าง
แฟ้มค่ะ แฟ้มเอกสารกองพะเนินล้านแปด เรียงซ้อนกันเป็นตับ ไส้ไหลทะลักออกมาจากชั้นวาง มีความคิดหลายวิธีที่จะจัดเก็บมันให้เป็นหมวดหมู่ แต่พอถึงเวลา ซีดีที่แนบมาพร้อมกับเอกสารก็จะแยกออกจากกันไปคนละทิศละทาง จนปัญญาว่าจะทำให้มันเหมือนดังเดิมได้ เพราะหยิบใช้มันอยู่ตลอดเวลา
ขวามือเป็น กล่องสมบัติ รูปธงชาติอังกฤษขนาดย่อม ภายในบรรจุรูปถ่าย สไลด์ ฟิมล์รอล้าง และรูปถ่ายโพลาลอยด์ของงานต่างๆ ที่ทำมา พวงกุญแจสารพัดประเทศที่ไม่ได้ตั้งใจสะสมแต่มีคนซื้อมาฝากจนจะครบอยู่แล้ว ลูกอีช่างเก็บค่ะ เยอะไปหมด
ซ้ายมือเป็นกองทัพของเล่น ของเล่นจริงๆ ค่ะมีเป็นคอลเลคชั่น โดยเฉพาะนักเขียนกองของเราทุกคนต้องมีตุ๊กตาประจำตัวคนละหนึ่งตัว แต่หากจะมีบริวารงอกเงยอีกเท่าไหร่ก็ได้ตามใจปรารถนา ของเราคงเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้นอกจากตุ๊กตาแมว แมว และแมว มันเป็นตุ๊กตาผ้าที่ใช้เส้นด้ายเดินเส้นดวงตา จมูก หรือแม้กระทั่งหนวด และมีบริวารคือตุ๊กตาช้าง ตุ๊กตาไดโนเสาร์ ที่ไปยึดจากโต๊ะอื่นมา มีมาราคัส เครื่องดนตรีชนิดหนึ่งที่เอาไว้เขย่าให้เกิดเสียงนั่นแหละค่ะ มีอยู่สองอัน เป็นมาราคัสลาย havana หนึ่งอันเอาไว้รำลึกถึงคิวบา ตากีลา และเสียงดนตรีและเป็นรูปสัปปะรดหนึ่งอันอันนี้ไม่มีอะไรมากไปกว่าความเชื่อทางไสยศาสตร์ เขาบอกว่าคนทำงานเป็นนักเขียนควรมีสัปปะรดตั้งอยู่บนโต๊ะ เพื่อหูตาจะได้เป็นสัปปะรดว่างั้น แต่มันไม่ได้เป็นสัปปะรดเอาเสียเลย วันดีคืนดีก็หยิบมาเขย่าเวลาเปิดเพลงกันซะงั้น! มีป๋องแป๋ง มีมังกรทอง มีของเล่นแบบเด็กๆ มีตุ๊กตากระดาษ ของเล่นสารพัดสีเสียบอยู่เต็มไปหมด ก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าจะบ้าหอบฟางไปถึงไหน
ใกล้กันนั้นมีรูปถ่ายของไอดอลต่างๆ แปะเอาไว้เป็นเปเปอร์มาเซ่ หมุนเวียนสับเปลี่ยนไปทุกเดือนแล้วแต่ ธีมเอาไว้สร้างแรงบรรดาลใจ
ใกล้ๆ กันมีโทรศัพท์ออฟฟิสตั้งอยู่เป็นที่ทับกระดาษ ทำใจหน่อยเวลาโทรมาเพราะเป็นคนที่จัดอยู่ในประเภทเกลียดเสียงโทรศัพท์อย่างรุนแรง ไม่ชอบรับ และ ไม่ชอบคุย ทำเมินๆ มันไว้หากเป็นแฟนมันคงขอแยกทางจากกันไปนานแล้ว เพราะไม่ได้สนใจไยดีมันเลยแม้แต่น้อย
ด้านหน้าเป็นแก้วน้ำที่ใช้วิธียึดจากแม่บ้านมาอีกที เอาไว้เสียบยางลบ ปากกา ดินสอ แม็ก ไม้บรรทัด กรรไกร หรือเรียกง่ายๆว่า อุปกรณ์สำนักงานนั่นเอง ตอนนี้มันเหลืออยู่แค่กรรไกรเอาไว้ระลึกชาติว่าเคยมีอยู่เพียงอันเดียว จากที่มันเคยมีกันอยู่อย่างพร้อมเพียง สาเหตุเหรอค่ะ มีลูกอีช่างแฮ๊ปค่ะ ยืมไปไม่รู้จักคืน วันดีคืนดี ปากกาที่มีชื่อของเราแปะเอาไว้ก็จะไปโผล่ตามมุมต่างๆ หรือไม่ก็คืนกลับมาอยู่ในแก้วในหลายวันต่อมา เป็นเรื่องปกติค่ะ ฉะนั้นควรมีปากกาประจำตัวเอาไว้หนึ่งอัน ประหนึ่งว่า ด้ามนี้ห้ามหยิบ!
ถัดมาเป็นซีดีกองพะเนิน ขอใช้คำว่า "พะเนิน" ซ้ำอีกทีนะคะ เพราะมันอยู่ในสภาพนั้นจริงๆ นี่ขนาดว่าทยอยเอากลับบ้านและคัดลอกลงโน๊ตบุคไปเยอะแล้ว แต่มันยังคงมีสภาพเช่นเดิม ถัดกันมาก็เป็นกองหนังสือ เอาไว้อ่านเป็นเรเฟอร์เรนส์ หลักๆ คงเป็นหนังสือ Conde Nast Traveler สัญชาติ UK เท่านั้น อย่าอ่านของ US ให้เคืองใจเลย หัวเดียวกันแต่ทำได้แตกต่างมาก Lonely Planet อีกจำนวนหนึ่ง โดยมากเป็นของประเทศที่เดินทางแล้วทั้งสิ้น ก็ไม่รู้ว่าจะเก็บเอาไว้ระลึกชาติอีกทำไม บนกองหนังสือนั้นก็จะมีสมุดใส่นามบัตร จำนวน 5 เล่ม แน่นเอี๊ยดไปด้วย คอนเนคชั่น สำคัญมากหากมันหายขึ้นมาเหมือนปากกา ดินสอ คงได้มีเคืองกันแน่ๆ
ใกล้ๆ กันมีครีมทาผิวสองขวด ขวดหนึ่งทาผิวกาย ขวดหนึ่งทามือและเล็บ เป็นคนที่ผิวแห้ง แพ้ง่ายอย่างรุนแรง พีอาร์เอวาซอนเลยส่ง Product สปามาให้ลองใช้ กลิ่นหอมชะมัดแต่ทาทีไรเคลิ้มๆ เหมือนง่วงนอนทุกที หรือว่าคิดไปเองก็ไม่รู้ อยู่ออฟฟิสเหมือนอยู่ท่ามกลางหิมะ แอร์ที่นี่น่าจะเปิดอยู่ที่อุณหภูมิต่ำกว่าสิบองศา หนาวตายกันไปข้างหนึ่ง แต่พอหลังเวลาห้าโมงเย็นไปแล้ว พนักงานก็พร้อมใจกันสลัดเสื้อกันหนาว แล้วออกมาอยู่ในทุ่งหน้าสะวันนา เพราะได้เวลาปิดแอร์ นโยบายประหยัดพลังงานที่ work มาก เพราะร้อนกันเป็นแถบ พนักงานเลยทยอยกลับบ้าน จะได้ไม่ต้องอยู่เปลืองน้ำเปลืองไฟกันต่อไป เลยต้องทาผิวเพื่อให้ความชุ่มชื้นตลอดเวลา
และสุดท้ายคือ ลูกโลก ขนาดเล็กแต่ละเอียดมาก เอาไว้ใช้งานยามประชุมแล้วหมดมุข ไม่รู้จะเดินทางไปไหน หมุนลูกโลกจิ้มกันไปเลย ใครได้ประเทศไหนไปประเทศนั้น หรือเอาไว้ดูมหาสมุทรว่า แถบไหนอยู่ติดอะไร ให้ความรู้ไม่น้อยเลยนะค่ะ
พอดีกว่าค่ะ เหนื่อยแล้วนี่แค่บางอย่างบนโต๊ะเท่านั้น ยังไม่ได้มุดเลยไปถึงลิ้นชักอีก 3 ชั้นและตรงกลางอีกหนึ่ง นึกแล้วเหนื่อย ! คร่าวๆ ที่นึกได้มันจะมี รองเท้า พรม เสื้อกันหนาว ของฝาก หนังสือ หนังสือ และหนังสือ เยอะขนาดนี้ เอ๊ะ ตอนแรกตั้งใจว่าจะทำเนียนปล่อยให้มันงดงามด้วยตัวของมันเองอย่างนี้ไปเรื่อยๆ แต่พอนั่งแจกแจงมันแล้ว เอาละ ได้เวลาทำความสะอาดโต๊ะทำงานเสียที ! ยังดีนะนี่ที่บนโต๊ะยังเหลือพื้นที่ให้วางโน๊ตบุคและมือข้างหนึ่งเอาไว้จับเมาส์
เฮ้อ . . .